Fun Box
Webboard
Tips
Subscribe
粉嫩公主酒酿蛋通过现代科技改良,创新加入了泰国丰胸圣品野葛根提取物丰胸产品,利用国家冻干技术,最大程度的保留了其食物的活性,只针对女性胸部发育研究丰胸方法,效果较之传统酒酿蛋好三倍不止。粉嫩公主酒酿蛋的配方用料都是经过机构的安全检测认定,有官方给出的证明丰胸食物,丰胸效果更有保障。长期服用粉嫩公主酒酿蛋不会有任何副作用,而且可以平衡女性身体激素,对于改善女性皮肤状态丰胸酒酿蛋,紧致肌肤,提升女性雌性激素都有一定的帮助。
Street /Dirt(4X) อย่างไร ทำไม อะไร
อาจจะมีบางครั้งที่คุณออกไปปั่นจักรยานเล่น แล้วกลับมารู้สึกว่า "ก็ปั่นไปซื้อน้ำกินอีกแล้ว ไม่มันส์ ไม่สะใจ อยากอะไรที่เร้าใจยิ่งกว่านี้ " ถึงเวลาแล้วครับที่คุณควรลองมาสำผัสเจ้าสองล้อสุดสวิงลิงโก้ก๊วนนี้


ในสารบบของจักรยาน MTB มันมีจักรยานมากมายหลายแบบ แต่ก็มีอยู่ก๊วนหนึ่งที่ผลิตออกมาเพื่อรองรับความมัันส์แบบ Extreme แบบร็อคเล็กๆ ไปจนถึง Heavy Duty ที่เรียกว่ารถจักรยานแนว Street / Dirt / Free Ride / Downhill หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวเก่ียวกับเจ้าสองล้อสุดสยิวก๊วนนี้มาบ้างแล้ว แต่ว่ารายละเอียดมันเป็นอย่างไร จะเอาไปซื้อกับข้าวหน้าปากซอย จะเอาไปซิ่งป่วนเมือง หรือจะซิ่งหาหน่อไม้ในป่า มาดูกัน ลองมาไล่กันตั้งแต่่รุ่นซาดิสม์เล็กๆ ไปถึงระดับ “ตูมเดียวก็ซึ้งแล้วแมน…” ดีกว่า ทฤษฏีที่อะไรไม่รู้มันอ่านแล้วเข้าใจยาก บางทีก็ไม่ใช่สำหรับการใช้งาน เถียงกันจนสุนัขหลับก็ไม่จบ วางมันไว้หัวนอนก่อนนะครับ เอาที่เจอๆ ในบ้านเราก็พอ คราวนี้จะขอพูดถึง Street /Dirt ก่อนก็แล้วกันนะครับ เนื่องจากหน้าตาคล้ายๆ กัน แล้วก็มักจะเป็นรถหางแข็ง หรือ Hard Tail ออกจะคล้ายๆรถ XC Hard Tail ทรงผู้หญิงซะด้วย มีจุดต่างของอุปกรณ์นิดหน่อยตามจุดประสงค์การใช้งาน

1. รถ Street
" อะยึบอะยับ เดินหน้า ถอยหลัง แมนนวล ฮันนี่บ๊อบ (ล้อเลียนมาจาก Bunny Hop) หมุนไปมาแอนด์อะจ๊าก " รถประเภทนี้ตามชื่อเขาเลยครับ ขี่กันบนถนน ลานกว้าง ปั่นลุยเมือง ฮ็อปขึ้นฟุตบาท เล่นใน Park เน้นความคล่องตัว จะว่าไป ก็ปลอดภัยที่สุดในก๊วนนี้เลยก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ก็จะนำรถประเภทนี้มาเล่นท่าพลิกแพลงที่มีส่วนคล้ายท่าที่มาจาก BMX Street เช่น Bunnyhop, Tailtap, Feeble Grind, Smith Grind, Tailwhip, 180, 360 โดยส่วนตัวจากที่เคยลองมันทำยากครับ เหมือนหัดเล่นยิมนาสติก ต้องมีการถ่ายเทน้ำหนักร่างกายและทรงตัว ต้องอาศัยการฝึกฝนและความตั้งใจหากอยากจะเล่นให้สมบูรณ์แบบ รถ Street บ้านเรามีทั้งล้อ 24 นิ้วและ 26 นิ้ว ส่วนใหญ่จะเป็นเฟรมโครโมลี่ (Cromoly) เน้นน้ำหนักเบา ทนทานบาทาเด็กแนวได้ระดับนึง เพราะไม่ค่อยจะดูแลกันเลย ขี่รถประเภทนี้ควรระวังเรื่องพื้นที่เล่น เพราะว่าถ้าเล่นๆ ใกล้ฝูงชนมากๆ อาจมีปัญหาตามมาครับ หากเกิดอุบัติเหตุเจ็บแค่คนเล่นไม่เท่าไรแต่ไปเจ็บคนอื่นแล้วจะยุ่งครับ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชอบมาล้อมดู ถึงจะปลอดภัยสุดแต่ถ้ามีอุปกรณ์ป้องกันก็ควรใส่นะครับ โดยเฉพาะหมวก ถ้าแมนนวลหงายท้อง ท้ายทอยฟาดแรงๆ ก็อัมพฤกษ์กินได้เหมือนกัน แถมรองเท้าผ้าใบเฉพาะงานแนวนี้สักคู่ด้วย เท่านี้ท่านก็ลดปัญหาการทะเลาะกับบันไดไประดับหนึ่ง เพราะเท้ามักจะหลุดจากบันไดบ่อยๆ สำหรับผู้ที่ไม่เคยชินกับรถเบาๆ เตี้ยๆ ควรปรับตัวให้คุ้นเคยก่อน ค่อยๆ ลองเล่นครับเดี๋ยวจะแฮนด์ทิ่มพุง และควรจะหาข้อมูลให้ดีก่อนประกอบรถขึ้นมา เพราะรถ Street อะไหล่ไม่ได้แพร่หลายมากและมีบางอย่างที่ซื้อมาผิดแล้วจะยุ่งมากๆ ปัจจุบันมีผู้นำเข้ามาให้ซื้อหาได้ง่ายขึ้น แต่บางชิ้นถ้าแปลกมากก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเหมือนเดิม งบประมาณในการเปิดโปรเจคก็มีตั้งแต่ 20,000 ยัน 80,000 แล้วแต่อุปกรณ์ที่จะหาได้ครับว่ามือหนึ่ง/มือสอง ถูก/แพง ไฮโซ ทนทานแค่ไหน เม้มตังที่บ้านให้พร้อมแล้วจัดไปคับ สถานที่เหล่า Street รวมตัวกันก็น่าจะเป็นแถว pink park สะพานพระราม 8 และ พุทธมลฑล

2. รถ Dirt (4X)
" แว้นๆ… เหาะเหินโจนทะยานแอนด์อะป๊าบ (หล่นตุ้บ) " น่าจะราวๆ นี้ละสำหรับนิยามของเขา Dirt-4X สองประเภทนี้ใกล้เคียงกันมาก รถ Dirt เป็นรถใช้ปั่นได้ทั้งในเมือง เข้าแทรคดิน และเล่นโดดเนิน ใช้งานได้กว้างๆ ส่วน 4X ที่จริงแล้วคือรถสำหรับการแข่งในแทรคคล้ายๆ กับ BMX Racing ที่กำลังแพร่หลายอยู่ตอนนี้ ด้วยเฟรมที่มีจุดประสงค์และลักษณะคล้ายกันมาก จึงมีผู้ผลิตบางเจ้าสร้างมาเป็นรถ 4X/Dirt เป็นรถที่ตอบสนองการกดลูกบันไดไว คล่องตัว เข้าแบงค์ ดีดออกแบงค์ได้แซบอีหลี โดดได้อร่อยเหาะ แข็งแรง ทนทานระดับห้าดาว เพราะถ้าพลาดมาก็ถีบรถทิ้งเอาตัวรอดได้ทันทีครับ เนื่องจากมีน้ำหนักไม่มาก ตอนขึ้นหน้าเนินเฟรมอลูมิเนียมจะให้ความรู้สึกที่รีดตึงไปบนหน้าเนิน ก่อนจะส่งโมเมนตั้มจะดีดท้ายส่งตอนเทคออฟ ลอยไปในอากาศด้วยความเบา โอ๊ววว…ร้องแบบนี้ไม่มันส์ก็เสียวแบบสุดๆ ละครับ เป็นรถที่ไม่ได้เอาไว้ปั่นเก็บระยะทางเหมือนพวก Street เพราะฉะนั้นถ้าปั่นไกลๆ ก็เล่นเอาเหนื่อยเมื่อยกล้ามเนื้อปลายน่องสุดๆ แนวนี้เหมาะกับผู้ต้องการความเร้าใจ จักรยานประเภทนี้ถ้าไม่ใช่ขี่ไปซื้อกับข้าวชิลๆ คุณสมบัติที่ต้องมีคือ ใจ…กับทักษะ หากเคยขี่รถ Full Sus ,รถหนักๆมารับรองเหวอ ค่อนข้างอันตรายนะครับถ้าจะมาควบโดยที่ยังไม่เคยชินกับเจ้ามาดีดกระโหลกนี่ มิฉะนั้นมีอาการ Hit on The Floor แน่นอน ขนาดแค่ว่าร้างลาไปนานแล้วจู่ๆ มาโดดเลย มีหามไปโรงพยาบาลบาลได้ ต่อให้ทำไว้ขี่ 4X ก็เถอะ ลองปั๊มเนินมาเร็วๆ ม้าดีดกระโหลกตัวนี้ ก็พร้อมจะพาท่านลอยบางๆ เหนือเนินจะเบรคก็ไม่ได้ ส่งผลให้ไปหน้าทิ่มเนินถัดไป นอนคุยภาษาเทพอยู่แถวนั้นละครับ หรือโดดเก่งแล้วเล่นท่ามากๆ ก็พลาดได้ครับ ดังนั้นเครื่องป้องกันใส่ครบได้จะแหล่มมาก รองเท้าผ้าใบหนึบๆ ก็เน้นมากเหมือน Street ครับ ไม่เทพจริงใส่แตะโดดโดนมาหลายแล้วคับ ไม่ต้องกลัวถูกล้อเลียนครับ เพราะคนล้อเขาไม่ได้มานอนหยอดน้ำข้าวต้มด้วย แต่ถ้าเล่นได้แล้วจะสนุกมากๆ ครับ เสียวดีโดดได้สูงๆ ก็สนุกแล้ว เป็นรถที่ใช้สำหรับฝึกทักษะการบังคับรถ Extreme ที่ดีมาก งบประมาณในการเปิดโปรเจคก็มีตั้งแต่ 20,000 ยัง 80,000 รายละเอียดปลีกย่อยเยอะกว่ารถ Street ต้องศึกษาให้ดีครับมิฉะนั้นได้ซื้ออะไหล่มาทำที่ทับกระดาษ สถานที่รวมตัวกันเล่นเยอะๆ ก็จะเป็นแถว Park 53 และ ใต้แยกทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

องค์ประกอบรถหลักๆ



Frame - Street / Dirt เฟรมก๊วนนี้มีทั้งโครโมลี่และอลูมิเนียม เฟรมโครโมลี่นั้นก็จะมีน้ำหนักมากกว่าอลูมิเนียม แต่ก็ให้ความรู้สึกหวานนุ่มอย่างกับงับขนมโตเกียวบานาน่าอีกทั้งซับแรงกระแทกดีกว่า ขณะเดียวกัน ก็ถ่ายทอดพลังงานและความรู้สึกไม่หนักแน่นและรวดเร็วเท่ากับเฟรมอลูมิเนียม หางหลังส่วนใหญ่จะเป็นหางปลา พวกพันธุกรรมผสม Street / Dirt ถ้าจะใส่เกียร์ก็ต้องลองพิจารณาหาแบบที่มี dropout เกียร์มาใช้งานครับ

บางทีบ้านเราก็เอาเฟรม Dirt/4X มาทำ Street ขี่กัน กลับกันไม่ค่อยมีคนนำ Street มาทำ Dirt เพราะผู้เล่นมักจะเน้นเรื่องความแข็งแรงเป็นหลัก เฟรมมีทั้งขนาดล้อ 26 และ 24 นิ้ว ต่างกันทั้งเรื่องความคล่องตัวระยะซับแรงและน้ำหนัก แต่ละเฟรมก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น ดึงง่าย, คล่อง, นุ่มๆ, แข็งๆ ตามลักษณะการ Design เฟรมบางตัว ถ้าไม่ใส่ตีนผีโซ่จะตีเฟรมและไม่มีหางปลามาตั้งโซ่ให้ตึง ดังนั้นถ้าจะทำ single speed ต้องหาขาดันโซ่มาใช้ด้วย หลังๆ Dirt เมืองนอกเริ่มมีระบบ Full Sus เข้ามาแจม ก็น่าอยู่หรอกครับ เนินงัดหน้าหงายยังกะเนิน จะล้มจะตาย (SlopStyle) ถ้าจะเอามาเล่นเนินดิน หาเฟรมแข็งแรงหน่อยก็จะปลอดภัยในระยะยาวครับ เพราะความเครียดจากการกระแทกจะสะสมสูงจนทำให้เฟรมเสียหายได้ครับ เฟรม street ก็พอจะเอาไปโดดได้แต่ถ้าท่านตัวใหญ่มากเอาไปโดดเนินใหญ่ๆ ก็ระวังหน่อยครับ ดูระบบถ้วยคอด้วยครับว่าเป็นระบบถ้วยในตัวแบบ BMX หรือถ้วยแยกแบบ MTB จะได้ไม่ซื้อผิด

โช้ค, ตะเกียบ - ถ้าเน้น Street แนวๆ ส่วนใหญ่ก็ต้องตะเกียบครับ เบากว่าคล่องตัวกว่า แต่ก็สะท้านทรวงกว่าด้วย คนเคยขี่แบบมีโช้คมาก่อนคงจะเกิดอาการแผ่นตก หากเล่นเนินหรืออยากได้ความนุ่มหน่อยก็จะใส่โช้ค ส่วนใหญ่จับคู่กับโชคยุบ 100 จะนิ่ม/แข็ง นวล/หนืด ทนทาน ก็แล้วแต่กระเป๋าตังท่านละครับ แกนล้อหน้ามีทั้ง แกนปลด 9, 15 และ 20 มม. ความแข็งแรงและงบประมาณก็ไล่ตามความใหญ่ ถ้ายังลงเนินได้ไม่เนียนไม่แนะนำให้เอาโช้คลม XC มาใช้นะครับ ถึงคนขี่จะอุ้มรถเป็นแต่บางยี่ห้อมันก็รับแรงไม่ไหว น้ำมันทะลัก โช้คลักษณะนิ่มมากก็ไม่ควรใช้ เพราะมันจะพาท่านม้วนหน้าส่งท่านสัมผัสพื้นซะอีก โช้คสปริง-น้ำมันมือสองน่าจะเหมาะกับผู้เริ่มต้นทั้งราคาและความทนทาน

ส่วนบังคับทิศทาง - ถ้าเป็นแนว Street-Dirt แท้ๆ มักจะใช้แฮนด์ไม่ over size มันจะให้ความรู้สึกต่างกันตอนลงกระแทกแรงๆ ครับ แบบไม่โอเวอร์จะรู้สึกให้ตัวได้ ช่วยซับแรงกระแทก ส่วนแนว Dirt กว้างประมาณ 700 มม. หรือกว่านั้นตามความถนัด โดยเฉพาะพวกโดด กว้างๆ จะทำให้คุมรถได้สะดวกกว่า เคยใช้สั้นๆ แล้วมันว่อกแว่กครับ ส่วน Street ส่วนใหญ่จะอยู่ ราวๆ 700 มม. ทั้งสองแนวแฮนด์ยกสักประมาณ 1-2 นิ้ว ตรงนี้ก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน ระหว่าง ยกมากดึงง่าย ยกมากโล้จักรยานเกินก็หงายเงิบง่ายกว่า ยกน้อยรู้สึกว่ารีดติดหน้าเนินดีกว่า Stem ก็นิยมใช้สั้นๆ ยก 0 เช่น 50/0 หรือ 40/0 หากโดดบ่อยๆ ใส่ Head Lock กับหาถ้วยคอทนๆ สักชุดก็จะดีครับ ที่ควรระวังก็คือรถโดดไม่ควรนำแฮนด์ XC มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกแฮนด์รีดน้ำหนัก โดดผิดคิวหัวปักแฮนด์รับแรงไม่ไหวมันจะฉีกออก พ่อจ๋าแม่จ๋าก็ร้องไม่ทันนะคับ ปลอกแฮนด์อย่าเอาบางมากนะครับ มันจะสึกไวแถมลื่นอีกต่างหาก

ชุดขับเคลื่อน - Street แท้ๆ ก็มักจะไปทาง single speed แน่นอนครับ เฟืองขนาดเท่าไรก็ต้องลองไล่เอาว่าแรงจะเยอะขนาดไหน แจงก่อนว่าชุดขับเคลือนประเภทนี้ถ้าจะเอาไปปั่นในเมืองไล่กะรถ XC ลืมไปได้เลยครับผม ลองทดสอบมาแล้ว… ส่วนอีกพวกที่ยังรักพี่เสียดายน้อง ยิ่งถ้ามาจากพื้นฐาน MTB จะอยากได้เกียร์ทุกราย ผมก็เคยเป็น ถามว่าต่างไหมก็ต่างครับ ทั้งเรื่องของ งบประมาณ ความเบา การใช้งานหลากหลาย ความเหนื่อย ทุกอย่างมีได้มีเสียครับ ถ้าเลือกมีเกียร์ก็มีของต้องให้จ่ายเพิ่มมาอีกเพียบ บันได street นิยมใช้บันไดพลาสติก ข้อดีคือเกาะ ราคาถูก ทนทานพลาดมาถูกหน้าแข้งจะไม่เจ็บมาก ส่วน Dirt เน้นว่า ทนทาน เกาะมากๆแล้วกันครับ ขาหลุดตอนโดดเนินคือฝันร้ายยิ่งกว่าเจอเฟรดดี้ครูเกอร์อีก


Single Speed = นิยมขาจาน 3 ชิ้น มักจะทำจากโครโมลี่เหมือนของ BMX ถ้าเอามาจาก BMX เป็นกระโหลก BB Euro ก็มักจะใช้ได้กับเฟรม MTB ด้วยครับ ขายาวเท่าไรก็ตามสะดวก, ใบจาน Single เคยเห็นเลือกใช้ตั้งแต่ 23-27 ซี่ เฟืองหลัง ระวังนะครับมันมีแบบเกลียวใส่ Cog และแบบสล็อตใส่ดุม MTB ขนาดใบตั้งแต่ 12-18 ครับ ขาแรงมากจานยิ่งเบอร์เยอะ เฟืองหลังยิ่งเบอร์เล็ก เฟืองหน้า 25 หลัง 12 ก็กำลังดีครับ, โซ่ 1/2" x 1/8" แบบ BMX มีให้เลือก แบบธรรมดาและ Halflink, ถ้าใช้ดุม MTB ก็ต้องมี Spacer แปลงใส่เฟือง Single ด้วย กรณีเฟรม Drop out เตรียมขาดันโซ่ไว้ด้วยครับ ดูร่องลูกกลิ้ง ขาดันด้วยครับ เพราะบางอันใส่โซ่ Half ไม่ได้

แบบมีเกียร์ = แบบนี้ไม่ต้องมาปวดหัวกับการไล่หาเฟืองที่ใช่กับตัวท่าน ชุดจาน MTB ที่โดนเลาะใบออก ขายาวเท่าไรก็ตามสะดวก, แบบจานใบเดีี่ยว (ใบพวกนี้จะกลมไม่เป็นวงรีแบบใบ XC ทั้วไป) ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ขนาด 32-36 กัน, เฟือง MTB 11-32 หรือขาแรง เฟืองหมอบ 11-26, ตีนผี 8-9-10 Speed มองหาตีนผีขาสั้นได้ก็จะดีครับ โซ่ MTB 8-9-10 speed เข้าชุด, Chainguide ของสำมะคัญที่สุดสำหรับพวกชอบลุยชอบโดด หากไม่มี โซ่หลุดปากคาบแฮนด์กันอร่อยเลย ดูรูใส่ chainguide บนเฟรมด้วยครับ ISCG 05 หรือว่า ISCG OLD ถ้าไม่มีก็ใช้อเดปเตอร์จับกระโหลก เห็นรายละเอียดอย่างนี้น้ำหนักมากกว่า single แน่นอน


ชุดล้อ - ดุมทั้งสองแบบมักจะมีความกว้างของดุมอยู่ที่ 135 มม. เท่ากับรถครอสปรกติ จะต่างกันตรงแกนดุม ด้านหน้ามีทั้ง แกนปลด,15 ,20 มม. สุดแล้วแต่โช้ค ด้านหลังแกนปลดปรกติก็มี แต่ทั่วไปมักเป็นแกน 10 มม. ดุมหลังที่ใช้ได้มี 2 ประเภท ประเภทแรกดุม Cog ที่จะมีเฟืองเดียวเป็นกลไกติดกับดุมมาเลยหรือเป็นแบบรองเกลียวขันใบเข้า ดุมแบบนี้จะมีแกนในตัว แล้วอีกประเภทก็ดุม MTB ธรรมดานี่ล่ะ ถ้าจะทำ single หาชุด Spacer สำหรับใส่ใบมาใช้ก็ได้ หรือจะ DIY ตัดท่อน้ำมารองใช้แทนก็ไม่ผิดอันใดครับ เฟรมบางรุ่นมีแกนบังคับมาให้ใช้ ดังนั้นดุมที่ใช้ต้องเป็นแกนร้อยเข้า พวกดุมแกนในตัวหมดสิทธิ์ เช่น scott voltage เรื่องนี้โดนกันมาพอสมควรครับ แล้วมีอีกประเภทที่มักซื้อผิดมีเฟรมหาง 10 มม. ไปเอาดุมแกน 12 มม. เจออย่างนี้ก็วงไพ่เรียกว่าสะเปโตล่ะครับ มีทางเลือก 2 ทาง แปลงแกนเป็น 10 มม. หรือไม่ก็จำใจคว้านเป็น 12 มม. ซึ่งไม่ควรทำครับ ทั้งสองทางมีแต่เสีย หรือถ้าไม่รู้ไปซื้อดุมกว้าง 150 มม. ของ DH มาก็เจ๊งเลยครับ ทางที่ดีควรมีเฟรมก่อนแล้วค่อยซื้อดุม ขอบล้อ ถ้าเล่น Street ก็น่าจะหาล้อหน้ากว้างเกิน 20 มม. มาใช้ ใส่ยางจะได้เบ่งๆ หน่อย แต่ถ้าเอาไปโดดแนะนำขอบแข็งแรงๆ เช่นพวกขอบ Tubeless แต่จะหนักสักหน่อย แล้วก็ล้อ 36 ซี่ที่แข็งแรงแต่ว่าหายากทั้งดุมทั้งขอบเลยครับ บางท่านเล่น Street ก็จะใช้ล้อ 24 ที่จะคล่องตัวกว่า แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคนครับ บางคนจับแต่รถใหญ่มาปั่นล้อ 24 แล้วจะเหวอ ของบางอย่างหายากมากควรหาแหล่งของให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อครับ ซี่ลวด หากท่าน Extreme จัดๆ งบเยอะก็ซี่มีสกุล เช่น DT Champion จะแจ่มมาก งบน้อยก็ซี่ไต้หวัน ซี่ลดน้ำหนักที่ใช้กับ XC ไม่ควรนำมาใช้เพราะทางผู้ผลิตก็บอกมาเลยครับว่า Oh No…. ยางของ Street มักจะดอกบางๆ ลายน้อยๆ ให้ความรู้สึกแนบแน่นกับถนนดีโดยเฉพาะพื้นปูน แต่อย่าไปเล่นบนปูนขัดมันแล้วกันครับ หน้าประมาณ 2.0 ส่วนแนว Dirt ก็ใช้ยาง MTB ก็ได้ครับหน้าสัก 2.0 ขึ้นไป แต่ถ้าจะเน้นเข้า Track หรือแข่ง 4X หายืมลองก่อนก็ดีเพราะบางเส้นผู้ผลิตเคลมมาว่าใช้ในแทรคได้แต่เอาเข้าจริงขึ้นแบงค์ก็สไลด์ลงตามรูปแบงค์เลย บางตัวก็พอเอามาขี่พื้นปูนมันจะหยุ่นๆ เด้งๆ ลอยๆ บางท่านอาจจะไม่ชอบ

เบรค - ขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ ถ้าเป็น Street, Dirt มักจะใส่กันแค่หลังเพราะเบรคหน้าไม่ค่อยใช้ ต้องงาน 4X ถ้าดูพวกระดับโลกก็ใช้เบรคหน้ากันในการถ่ายแรง G ส่งไปด้านหน้าเพื่อให้ท้ายเบาสะบัดท้ายเข้าแบงค์ต่างๆ ได้ง่าย บ้านเราเอาเบาไว้ก่อนก็จะเป็นใส่หลังอย่างเดียวเป็นดิสเคเบิลซะด้วย หรือจะเบาแบบ street แท้ๆ ก็สุดกู่ด้วย Rim break cable ไปเลย

คงจะพอได้ข้อมูลคร่าวๆเกียวกับ Street & Dirt (4X) กันพอสมควรคับ แท้จริงยังมีรายละเอียดอย่างอื่นอีกเยอะพอสมควรก็ลองเข้าไปหาข้อมูลได้ตามสถานที่รวมตัวเล่นกันได้คราวหน้าลองมาพบกับอาวุธหนักชนิดที่ว่า “ตูมเดียวก็ซึ้งแล้วแมน…” จักรยาน Freeride/Downhill ครับ

<< back