Fun Box
Webboard
Tips
Subscribe
粉嫩公主酒酿蛋通过现代科技改良,创新加入了泰国丰胸圣品野葛根提取物丰胸产品,利用国家冻干技术,最大程度的保留了其食物的活性,只针对女性胸部发育研究丰胸方法,效果较之传统酒酿蛋好三倍不止。粉嫩公主酒酿蛋的配方用料都是经过机构的安全检测认定,有官方给出的证明丰胸食物,丰胸效果更有保障。长期服用粉嫩公主酒酿蛋不会有任何副作用,而且可以平衡女性身体激素,对于改善女性皮肤状态丰胸酒酿蛋,紧致肌肤,提升女性雌性激素都有一定的帮助。
Frame&Style
สำหรับผู้รักความเสียวอย่าง Freeride&Downhill คงจะเคยมีปัญหาปวดหัวกับการเลือกซื้อเฟรมเป็นแน่แท้ สำหรับผมแล้วเฟรมสองประเภทนี้เลือกซื้อยากเป็นที่สุด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์หลักที่มีส่วนจะพากลับบ้านหรือไปโรงพยาบาล แถมเป็นอไหล่แพงที่สุดอีกด้วยราคาวิ่งกันตั้งแต่ 20,000-180,000 กันเลย "ซื้อมาแล้วไม่คลิก" จะเกิดอาการจิตตก จนแทบอยากจะเลิกปั่นกันเลยทีเดียว เฟรมแต่ละแบบส่งผลต่อการใช้งานต่างกันเยอะ วันนี้จึงอยากจะเป็นศิราณีเสนอแนวทางเพื่อกรุยทางให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสู่เส้นทางอันแสนจะดิ่งชันนี้ได้พอมีหลักการคิดเพื่อช่วยในตัดสินใจครับ


เหมือนเดิมทฤษฎีของ Freeride & Downhill เคยถูกเขียนขึ้นมาอย่างไรไม่รู้ ผมเชื่อว่า "มันไม่มีถูกและไม่มีผิดไปเสียทั้งหมด" คนที่จะเป็นหลักในการตัดสินที่ถูกที่สุดคือตัวคุณเอง เพราะจุดประสงค์ในการใช้การ ลักษณะการใช้ ความคาดหวังจากตัวรถ ต่างคนก็ต่างคิดไม่เหมือนกัน อย่าลืมตรงจุดนี้ครับ ต้องเปิดใจให้กว้างรับข้อมูลที่ได้มา มาบวกลบคูณหารว่าข้อมูลอันไหนถูกหรือผิด หลังจากนั้นก็เอามาพิจารณาะว่ากับตรงตัวเองคาดหวังไว้จากจักรยานของคุณแค่ไหน บางตัวถ้าไม่ลองขี่ก็จะบอกไม่ได้ว่าเป็นแบบไหน บางทีก็ปรับตั้งให้เป็นได้หลายแบบ เฟรมเขาบอกหรือกระดาษบอกว่า บางทีไม่ใช่ที่คุณคิด เพราะคุณไม่ได้ใช้และคาดหวังแบบคนที่เขาลอง เกิดคนลองเป็นแซม ฮิล แน่นอนละครับ ผู้เขียนเชื่อเสมอว่า เทพระดับนั้นให้ปั่นรถธรรมดาขอแค่จบ เขาก็ไม่มีแวะไปกินหญ้าข้างทางหรอก แต่เราอะนอกจากหญ้าแล้วจะเผลอเคี้ยวหินฟันร่วงด้วย แล้วคุณจะไปทางไหนดีดังนั้น ก่อนอื่นตอบคำถามเหล่านี้อย่างจริงใจก่อนครับ

ผมพยายามลองเรียงตามลำดับความสำคัญให้ดังนี้ครับ
1.สภาพร่างกาย (กลัวเจ็บไหม)
2.ทักษะและฝีมือ
3.สถานภาพทางการเงิน
4.คิดว่าจะขี่จริงจังแค่ไหน

มีข้อยกเว้นในการเลือกซื้ออยู่หนึ่งข้อครับ หากคิดว่าไม่เอาไปลุยแน่ๆ ละ ขี่เล่นหล่อๆ ชอบซะอย่าง อย่างนี้ก็ตามสะดวกครับ ซื้อไปเถอะครับ แต่กลุ่มนี้จะมีส่วนหนึ่งที่พอมีรถแล้วก็อยากขี่ พอขี่ก็อยากเร็ว อยากเร็วไม่มีเวลาพัฒนาฝีมือ ร่างกายสู้ไม่ไหวก็ต้องพึ่งรถ แล้วก็เปลี่ยนเฟรมตามระเบียบครับ พอจะเป็นข้อคิดให้ได้ไหมครับ ว่าสุดท้ายควรจะเลือกให้ดีก่อนซื้อ

สิ่งที่ผมจะนำมาถ่ายทอดนี้เกิดจากลองผิดลองถูกของในกลุ่ม พอจะสรุปได้ว่าเฟรมของรถ Freeride&Downhill น่าจะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ ผมเคยเกริ่นไว้ในคอลั่ม Freeride&Downhill ฉบับก่อนคราวนี้จะขยายความให้ โดยตามลักษณะของการสะท้อนแรงกระแทก ซึ่งเรื่องนี้เป็นหัวใจหลักของรถจักรยาน Freeride&Downhill หาท่านเคยคุยหรือเคยฟังคน Freeride&Downhill คุยกัน ก็น่าจะเคยได้ยินคำว่า "รถเก็บดีไหม" มันก็คือเรื่องพวกนี้ละครับ

ก่อนเข้าเรื่อง เฟรมทั้ง 3 แบบ ยังมีอีกปัจจัยที่เป็นตัวแปรให้เฟรมบางตัวเปลี่ยนลักษณะไปครับนั้นคือ โช้คกลางและสปริง โดยทั่วไปที่ติดมายอดนิยมสุดก็จะเป็น Fox ครับ โดยที่ผ่านๆ มาถ้าเป็นรุ่นเล็กๆ ก็มักจะคืนตัวเร็ว ปรับอะไรไม่ค่อยได้ บางตัวให้สปริงแข็งมาด้วย แบบนี้ทำให้ระบบทำงานเร็วไปด้วย รุ่นดีๆ หน่อยก็จะปรับได้เยอะขึ้นทำให้ถีบตัวได้ช้าลง หรือกดลงยากขึ้นได้ ซึ่งก็จะดีกว่าพัฒนาได้กว่้างกว่า โช้คตัวนึงไม่รวมสปริงราคามีตั้งแต่ 5000-30,000 นอกจากหาซื้อยากแล้ว บางรุ่นหาขนาดยากมาก ดังนั้นควรคิดให้จบตั้งแต่ตอนเลือกซื้อเฟรมครับ มากไปกว่านี้ก็มีเรื่องของความต่ำของกระโหลกจานหน้าและองศาการเชื่อมต่อซึ่งที่มีผลต่อความมั่นใจในการดิ่ง แต่มันเป็นเรื่องที่อธิบายกันยาก หากมีโอกาสและมีของจะมาขยายความต่อให้




1. แบบสะท้อนเร็วๆ
ประเภทนี้ต้องการความแข็งแกร่งของร่างกายและใช้ทักษะฝีมือสูงมาก หากไม่มี..ไปเร็วๆ ได้กอดต้นไม้แน่นอนครับ หากท่านไม่มีเคยขี่รถแนว Extreme เช่น BMX, Dirt หรืออะไรที่เป็นสองล้อลอยจากพื้นเพราะความเร็วละก็ ผ่านเฟรมประเภทนี้ไปได้เลย แต่ถ้าท่านมีใจ และคิดว่าจะเป็นหนึ่งในตองอู เฟรมประเภทนี้จะช่วยให้ท่านพัฒนาฝีมือได้เร็ว ปัจจุบันเฟรมแบบนี้ถูกส่งลงมาในตลาดน้อยลง เฟรม Freeride หรือเฟรมราคาย่อมเยาที่เหมาะกับนำมาเป็นรถหัดขับก็มักจะอยู่ในกลุ่มนี้ ที่เป็นที่นิยมก็เช่น Haro X6 ยุบน้อยต่อยหนัก ขวัญใจประชาชน (ผู้เขียนก็เคยใช้)

ท่อที่ใหญ่พอดีๆ กับอลูมิเนียมเกรดแข็งๆ การเชื่อมแบบ Spot เน้นๆ เกล็ดใหญ่ๆ รวมกันก็จะสุดๆ เลยครับ ที่พบส่วนใหญ่จะเน้นทำเป็นท่อตรงๆ วางเฟรมเป็นรูป Diamond เพื่อเน้นเรื่องการถ่ายทอดแรง-เร็ว เฟรมประเภทนี้หากเป็นเฟรมที่ผลิตมาไม่ดีหรือไม่มีกระเดื่องทดแรง ก็มักจะพบปัญหาความเสียหายของจุดที่รับแรงกดได้บ่อยๆ ครับ ต้องพิจารณาให้ดีถ้าคิดจะเล่นหนักๆ

ลักษณะการยุบ
มักจะเป็นแบบยุบลงและดีดเดินหน้า เหมือนรถใส่เกียร์ออโต้ไว้ที่ตำแหน่ง D และเหยียบตลอด บางเฟรมก็เหมือนเหยียบมิดตลอดด้วย ลักษณะเฟรมมักจะมาพร้อมกับโช้คแนวนอนยันหรือขนานท่อบน แล้วโช้คยุบแล้วก็แทบจะส่งตรงกับหางหลังทันที ถ้ามีกระเดื่องก็จะไม่ใช่เพื่อทดแรงแต่เป็นเพื่อให้การส่งแรงได้เร็วและลื่น เมื่อเฟรมยุบลง ชุดโช้ค-สปริงจะถูกกดไปเฟรมในแนวนอนยัน เมื่อแรงกดลงหมดลง สปริงและโช้คก็จะนำแรงที่ถูกถ่ายทอดมาแทบจะส่งต่อไปยังหางหลังทันที ด้วยทิศทางที่ดันให้รถพุ่งเดินหน้าออกไป ยิ่งถ้าไม่มีระบบกระเดื่องแบบในภาพ จะเห็นได้ว่าพลังที่ถูกส่งไปจะเนื้อๆเน้นๆ ในรถรุ่นล่างๆ โช้คที่ติดรถแทบให้มาค้ำไว้เฉยๆ Rebound ปรับสุดก็ไม่มีความหนึดช่วย จับมือกับสปริงแข็งๆ ยุบน้อยๆ อีก พอมีแรงกระแทกความเครียดจะเกิดเร็ว และส่งแรงออกไปเร็ว บางทีแรงกดหมดยังไม่ทันหมาด พี่ท่านก็ถีบสวนหลังส่งเลย หรือไม่ก็ลงพื้นแล้วกระดอนจนรถลอย อันนี้คำเดียวเลยครับ "แรง" น่าเอาไปทำรถโดดที่สุด


จากที่ผู้เขียนเคยได้ลองมา บอกได้เลยครับ ยิ่งกระแทกยิ่งไวยิ่งพุ่งแค่เฟรม X6 ถ้าผู้ขี่ซ่าปล่อยมือจากเบรค รถก็สร้างความสยองได้แล้วครับ พอถึงรถสะท้านถึงจุดที่ทักษะของท่านจะคุมรถได้ รถก็พาท่านไปวิจัยแมลงป่าด้วยความรวดเร็ว ชนิดว่าแมลงบินหนีไม่ทันครับ ในรถที่ระบบโช้คไม่สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวมากๆ เช่นโช้คเหมาะกับคน 80 กก. ผูู้ขี่น้ำหนัก 55 กก. เข้าแบงค์แรงๆ ช่วงแรงกดจากการบดเข้าโค้งไม่ทันหมด โช้คก็ทำงานส่งผลให้พุ่งเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เป๋แน่นอนพุ่งไปกอดต้นยูคาฯทันที หากใช้ความเร็วสูงผู้ขี่ก็ต้องตื่นตัวตลอดครับ เพราะเฟรมตอบสนองไวมากกรวดหินยังรู้สึกเลย ไม่ได้ว่าไม่ดีนะครับบางคนมีแรงมีทักษะก็จะชอบกันมาก เพราะรถจะให้ความรู้สึกว่า "แรงได้อีก" ดิ่งๆ ลงมาย่อตัวขย่มรถ รถก็พุ่งแรงขึ้นกว่าอีกทั้ง 2 แบบที่จะกล่าวต่อไปอีก

ถ้าอยากเซ็ตรถให้ออกเป็นแนวนี้ก็ลองเซ็ตให้โช้คดีดไวกว่าจังหวะคืนตัวธรรมชาติของผู้ขี่ครับท่านจะได้สัมผัสรถแบบสะท้อนเร็วๆ

คนที่ไม่แข็งแรง ,กลัวเจ็บ ,ทักษะไม่มี ,ไม่ได้คิดว่าจะขี่จริงจัง ควรผ่านครับ เพราะงานนี้คนอุ้มรถล้วนๆ แต่ถ้าไม่มีงบประมาณชาติหรือยักยอกภรรยาได้น้อย เฟรมแบบนี้คงช่วยท่านได้เพราะมักจะราคาย่อมเยา แต่ยิ่งย่อมเยามากจุดรับแรงก็มักจะไม่ดี ที่เหลือก็อุปกรณ์ป้องกันใส่ให้ครบ แล้วก็ไปช้าๆ ถ้าจะเร็วๆ ก็เพิ่มท่องนะโม พ่อจ๋าแม่จ๋า ด้วยจะได้มีสติเพิ่ม


2. แบบสะท้อนกลางๆ
ประเภทสะท้อนกลางๆ ตอนนี้ออกมาเยอะมากครับ แล้วก็ด้วยการออกแบบและอุปกรณ์ที่ให้มาทำให้การปรับแต่งทำได้กว้างมาก บางลำจะปรับแต่งให้เป็นแนวแบบสะท้อนเร็วๆ หรือสะท้อนช้าๆ ก็ได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าจะไปชกกับที่ออกแบบมาทางแนวนั้นเลยคงจะไม่ได้ 100% แนวนี้เป็นรถที่ขี่ง่ายแล้วครับ ขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสปริงและค่าความหนึดของโช้ค หน้า-หลัง ระยะปรับบนเฟรม และอุปกรณ์อื่นๆ บนจักรยาน เฟรมรูปแบบนี้แนวโช้คมีหลายแบบ ท่อบนและล่างมีการออกแบบให้โค้ง หดและขยายในส่วนรับแรงและส่งแรง เพื่อให้ได้ความนิ่มนวลในการนำไปถลุง เฟรมเหล่านี้บางทีบอกได้ยากว่าเป็นเฟรมสะท้อนกลางๆ หรือแบบสะท้อนช้าๆ จากรูปแบบเฟรมการวางแนวโช้ค แต่ที่เจอมามักจะเป็นวางแนวนอนหรือเฉียงนิดๆ มีกระเดื่องทดแรงเป็นส่วนใหญ่ ข้อดีของเฟรมประเภทนี้คือควบคุมง่ายและยังทำความเร็วได้ด้วย บางคันเซ็ทออกไปทางสะท้อนช้าๆ กลับรู้สึกว่าเสถียรกว่าเฟรมสะท้อนช้าแท้ๆ เสียอีก เนื่องจากระบบกระเดื่องยังส่งแรงผลักรถบ้าง ทำให้รถไม่มีอาการย้วยหรือไม่ดีดเดินหน้ามากเกินไปจนทำให้ต้องงัดความสามารถในการบังคับรถออกมาแก้สถานการณ์
ลักษณะการยุบ
หลังจากการดร็อปพอรถตกถึงพื้นก็จะซับแรงผ่านไปทางกระเดื่องทดไปกดโช้ค แล้วโช้คก็ส่งแรงออกผ่านกระเดื่องทดไป แรงที่ส่งออกจึงจะเหมือนกับยันกระเดื่องออกไปทางด้านหลัง สังเกตว่ามีกระเดื่องช่วยส่งทอดและซับแรงกระแทก นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ส่งแรงด้วย แต่ต่างกับแบบสะท้อนไวตรง กระเดื่องช่วยทำให้แรงถีบลดลงทำให้ยังรถจักรยานยังมีแรงพุ่งออกไปข้างหน้าบ้างแม้จะไม่ถีบส่งเหมือนกับพวกสะท้อนไว เมื่อมีแรงส่งเดินหน้าที่พอเหมาะสมแบบนี้ทำให้เราบังคับรถได้ง่าย ลองคิดภาพตามดูนะครับ ถ้าเราดร็อปลงมาสูงๆ พอถึงพื้นรถก็เดินหน้าต่อไปพอดีๆ ตามแรงที่พุ่งลงมา สำหรับผู้มีทักษะการคุมรถบ้างเมื่อมีความเร็วที่พอดิบพอดี จะทำให้ทรงตัวประคองรถได้ง่าย แบบนี้ย่อมดีกว่าลงมาปุ๊บรถก็ดีดเดินหน้าแรงๆ กว่าตอนพุ่งลงมาอีก กระเดื่องแบบสะท้อนกลางๆ เน้นทำหน้าที่ทดเพื่อรับแรงกระแทกและส่งแรงทำให้ช่วยเก็บรายละเอียดได้ดีระดับนึง แต่ใช่ว่ามีกระเดื่องแบบทดแรงแล้วจะเป็นแบบสะท้อนกลางๆ หรือสะท้อนช้าทั้งหมดครับ ดังนั้นจะให้ตัดสินว่าเป็นเฟรมแบบไหนต้องคาดการส่งแรงของกระเดื่องให้ถูกเป็นส่วนประกอบในการพิจารณา เฟรมก็จะมีการออกแบบให้ท่อโค้งขยายหรือหดรับและมีจุดหมุนตามจุดรับแรงต่างโดยส่วนใหญ่เพื่อช่วยซับแรงมากว่า พอจุดหมุนเยอะก็ต้องดูแลเยอะขึ้นครับ ตะบันใช้อย่างเดียวลูกปืน ร่องบูชและหูอลูมิเนียมไม่ได้ดูแล จะพากันบิ่น บิดเบี้ยวพังกันหมดครับ ระวังครับโดยเฉพาะลุยขี่โคลน โดนกันมาแล้ว


จากที่เคยทดสอบมา ดิ่งช้าๆ ไปเรื่อยเจออุปสรรคแล้วรถจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ช้าลง ไม่ใช่ว่ายิ่งเจอยิ่งทำท่าอยากจะจอด ครับขี่ง่ายสบายไปเรื่อยๆ แต่ก็สามารถเพิ่มความเร็วได้อีกเพียงแค่ปล่อยเบรคแล้วก็โยกตัวช่วยตามจังหวะกระแทก (คล้ายๆกับปั๊มเนิน) แต่ถ้าไปเร็วๆ ก็ยังได้อาการจอสั่นกันบ้าง ถ้าเคยชินกันอยู่แล้วก็คงสบายครับ แต่ถ้ามือใหม่ซิงๆ ก็จะยังน่ากลัว ถ้าอยากเซ็ทรถให้ออกเป็นแนวแบบสะท้อนเร็วขึ้น ก็ลองเซ็ทให้โช้ค หน้า-หลัง ดีดไวกว่าจังหวะคืนตัวธรรมชาติของผู้ขี่ซักระดับนึง ถ้าจะออกเป็นแนวแบบสะท้อนช้าๆ ก็ลองเซ็ตให้โช้ค หน้า-หลัง ดีดช้ากว่าจังหวะคืนตัวธรรมชาติของผู้ขี่ซักระดับนึงครับ

ร่างกายได้พอประมาณ, ทักษะพอมี, ตังถึง เพราะพวกนี้ราคาแพงพอควร ต่ำๆ มือหนึ่งต้องมี 50,000 ขึ้นครับ แล้วก็เป็นรถที่พัฒนาได้ง่ายกว่าทั้งสองแบบที่เหลือเป็นรถที่ มีอาการทั้งคนอุ้มรถและรถอุ้มคนแล้วแต่อุปสรรคและการปรับแต่รถ


3. แบบสะท้อนช้าๆ
ประเภทนี้ผมว่าออกเป็นแนว safty นะครับ ไปนิ่งๆ นิ่มๆ ซับแรงดีจนย้วยๆ ซะด้วยซ้ำ ช้าแต่ชัวร์ครับ หากไม่มีทักษะมาก่อนขี่จะรู้สึกง่ายกว่าทั้งสองแบบที่ผ่านมาครับ เฟรมออกแบบมามักจะโค้งและท่อหดขยายเข้าเชื่อมตามจุดโดนเน้นการรับแรงและกระจายออกเพื่อความนุ่มนวล แนวโช้คมักจะจะวางเป็นแนวตั้งรับกับกระเดื่องที่อัตราทดมักจะสูงหรือเป็นคานยาวใหญ่ หรือเป็นแบบลอยตัวไม่ได้กดลงตัวเฟรม โดนจะเน้นเพื่อซับแรงกระแทกมากกว่าเรื่องของการส่งแรง เฟรมแบบนี้ก็มีน้อยลง แถมบางยี่ห้อที่เคยทำอยู่ก็พัฒนาองศาโช้คหรือรีดน้ำหนักปรับแนวและลักษณะท่อให้กลายเป็นรถที่สะท้อนเร็วขึ้นซะอีก
ลักษณะการยุบ
โช้คแนวนี้มักจะอยู่ในแนวตั้ง (เป็นส่วนใหญ่) พอรถตกถึงพื้นก็จะซับแรงผ่านไปทางกระเดื่องทดอันใหญ่ไปกดโช้ค หรือไม่ก็แบบกระเดื่องกดหัวและก็มีส่วนของหางหลังที่ลอยตัวมากดที่ด้านท้าย พูดง่ายๆ คือโช้คโดนบี้อยู่ตรงกลาง (เหมือนบีบขนมเยลลี่ จอลลี่แบร์) พอหมดแรงกดโช้คก็ดันขึ้นไปดันกระเดื่องส่งแรงไปที่ล้อในแนวกดลงพื้นซะมากกว่า แทนที่จะเป็นถีบไปข้างหลังแบบทั้งสองแบบที่ผ่านมา รถถึงได้ออกอาการยุบง่ายๆ นิ่มๆ นวลๆ เป็นเหตุให้รถดร็อปแล้วรถจึงพุ่งช้าลง กระเดื่องทำงานสบายๆ ไม่ขัดไม่ขืนหรือเก็บแรงกระแทกไว้ในระบบของตนเองมากมายเมื่อเทียบทั้งสองแบบ คือรับแรงมาก็ทำหน้าที่เป็นคานกดลงไปที่หัวโช้คเลยด้วยอัตราทดกระเดื่องขนาดเขี่องหรืออะไรก็ตามที่ทำให้การสะท้อนแรงช้า นั้นก็ทำให้รถเก็บรายละเอียดได้ดีสุดๆ แต่การเข้าโค้งที่มีองศาหักเยอะด้วยความเร็ว เฟรมอาจมีความรู้สึกความเร็วตกลงที่ช่วงที่โค้งหักที่สุดเพราะระบบโช้คดูดซับแรง G เข้าไป สำหรับคนไม่มีทักษะมากมายหากจะมองถึงเหตุและผลเรื่องความปลอดภัยมันก็ถูกต้องนะครับ ถ้าอยากจะปลอดภัย หล่นตุบลงไปมันก็ต้องช้าลงสิ ให้มาเดินหน้าเหยียบไม่มีถอนแบบ แบบสะท้อนเร็วๆ-กลางๆ ก็พาม้วยกันพอดี เฟรมแบบนี้ถ้ายิ่งโดนโช้คที่มีลักษณะคืนตัวช้า (Rebound เยอะๆ) หรือสปริงมีค่าอ่อนไปเมื่อเทียบกับน้ำหนัก ก็ยิ่งพายุบย้วยไปกันใหญ่ ความรู้สึกคล้ายๆ วิ่งเข้ากองโคลน


จากที่เคยทดสอบมา ดิ่งช้าๆ ไปเรื่อยเจออุปสรรคก็รูดผ่านไปได้สบายๆ ไปแบบนิ่มๆ ครับ แต่ก็ส่งผลต่อความเร็วด้วย ยิ่งอุปสรรคใหญ่ความเร็วยิ่งช้าลง ถ้าดร็อปหนักๆ มา หากความเร็วไม่มากรถแทบจะหยุดเลยครับ ถ้าเป็นคนเคยมีประสบการกับรถม้าดีดกระโหลกมา ก็อาจจะรู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมรถมันดูดจัง ต้องคอยปั่นเติมตลอดเพื่อให้รถเดินไปข้างหน้า หรือไหลตามกันมากับรถอีกสองแบบจะงงว่า "เบรคก็ไม่ได้แตะ" พอเจออุปสรรคทำไมคันหน้ายืดระยะออกไปเร็วจัง และจะดึงรถให้ลอยหรือคอนโทรลทิศทางยากกว่าสองแบบที่กล่าวมาขั้นต้น เรียกกว่าต้องออกแรงกันหน่อยเลยละครับเพราะเราดึงเขาก็ดูด ถ้ายิ่งไม่ได้ผ่านการ setting เพื่อจะเอามาดึงเล่นด้วยละก็ พระยาสูบมีจริงครับ การจะแก้ก็คงต้องเซ็ทให้โช้คทำงานไวกว่าการคืนตัวจามธรรมชาติของร่างกายผู้ขี่ รถจึงจะตอบสนองดีขึ้นหรือถ้าเป็นมือใหม่มากและเลือกใช้เฟรมแบบนี้ หากอยากให้ดึงและตอบสนองไวขึ้น ลองใช้แฮนที่มีองศายกและ sweep มากสักหน่อยจะช่วยให้ดึงง่ายครับ

แบบนี้เหมาะกับมือใหม่หรือรักความสบายครับสไตล์รถอุ้มคน ราคาที่ก็จะย่อมเยากว่าแบบที่สะท้อนกลางๆ ยกเว้นปะมากับอะไหล่ไฮโซ อันนี้ก็จะแพงสุดๆ กันไปเลย แต่เฟรมแบบนี้ถ้าคิดจะไปเร็วๆ บางเฟรมเหนื่อยครับ ต้องผีมือแรงงานกว่าสองแบบแรก










เฟรมลักษณะทั้ง 3 แบบไม่มีแบบไหนเป็นแบบดีที่สุดสำหรับทุกคน บางคนอาจจะชอบแบบสะท้อนช้าๆ ปรับนิ่มๆ เลย บางคนอาจจะชอบแบบไวๆ หรือบางคนอาจจะชอบกลางๆ แล้วก็มาปรับแต่เอาแล้วแต่สนามที่จะปั่น เจ้าของรถต้องหาจุดที่ตัวเองพอใจกับการใช้งานจะดีที่สุดครับ คงจะพอได้แนวทางเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจซื้อเฟรมกันบ้างแล้วนะครับ ลองเอาข้อมูลที่ได้หรือลองมาจากเฟรมต่างๆ หาทางลองแล้วตีให้แตกว่าเป็นเฟรมที่ให้คุณลักษณะแบบไหน แล้วก็มาตอบโจทย์ เท่านี้ก็คงพอจะได้คำตอบแล้วว่าจะซื้อตัวไหนดี ขอให้เจอคู่ใจครับ

<< back