Fun Box
Webboard
Tips
Subscribe
粉嫩公主酒酿蛋通过现代科技改良,创新加入了泰国丰胸圣品野葛根提取物丰胸产品,利用国家冻干技术,最大程度的保留了其食物的活性,只针对女性胸部发育研究丰胸方法,效果较之传统酒酿蛋好三倍不止。粉嫩公主酒酿蛋的配方用料都是经过机构的安全检测认定,有官方给出的证明丰胸食物,丰胸效果更有保障。长期服用粉嫩公主酒酿蛋不会有任何副作用,而且可以平衡女性身体激素,对于改善女性皮肤状态丰胸酒酿蛋,紧致肌肤,提升女性雌性激素都有一定的帮助。
จัดเบรคให้โดนใจ…

ฉบับนี้มาโม่กันต่อเกี่ยวกับเรื่องเบรคครับ รักจะหนีลูกหนีเมียไปซิ่งถ้าไม่ทำความรู้จักอุปกรณ์นี้ก็เหมือนพาตัวเองไปโดดบันจี้จัมป์แบบเชือกเกือบขาดนั่นแหละครับ พาลจะเจ็บหนักกลับไปโดนเฉ่งซ้ำให้ปวดใจเปล่าๆ หากอยากรู้ว่าเสียวแนวนี้เป็นอย่างไร ลองเอาจักรยาน street ไม่มีเบรคไปเล่นใน Dirt Park แบบที่ Park 53 ดูก็ได้ครับ รับลองได้ไปงมจักรยานในคูแน่นอน

ด้วยว่าเราจะไปเสี่ยงทั้งทีก็คงอยากจะได้หลักประกันดีๆ เรื่องวันนี้จะมาแจงประกันแต่ละแบบดูว่าแบบไหนที่จะดูดี๋เหมาะที่จะให้คุณลากไปตะบันได้ดีที่สุด อันพงศาวดารของเบรคจักรยานเกิดขึ้นมาอย่างไรทำไม จะสาวความยาวไปไย เพราะจุดมุ่งหมายของมันคือชะลอหรือหยุดล้อ... ผมขอสะพานโค้งข้ามไปที่เบรคที่ใช้กับรถ Extreme Bike ก็เลยก็แล้วกันครับ


หลักๆ ก็คงจะมีระบบ 2 ประเภทที่ใช้กัน เอาแบบสั้นๆ พอสังเขป


Rim Break ในรถ Street
1. Rim Break ก็เบรคแบบจับขอบล้อนั่นแหละ ส่วนใหญ่ใช้กันในรถ Street, Trail, Dirt (แต่ถ้าสนามดินเละมากๆ มีสยองครับ ต่อให้ Rim แบบไฮโดรลิกก็ยังคง Scary Movie อยู่ดี)


Disk Break ในรถ Freeride
2. Disk Break ระบบที่มีคาลิเปอร์เบรคจับใบดิสก์ เป็นระบบเบรคที่เป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายในสองล้อพาเสียว Street, Dirt, Freeride, Downhill ดิสก์เบรคสำหรับการใช้งานที่ไม่หนักมาก เช่น Street, Dirt ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ใส่ข้างหลังเป็นดิสก์เคเบิลก็เพียงพอกับการใช้งาน แต่ถ้าเป็นงาน heavy duty ล่ะ…มันสำคัญพอที่จะตัดสินวันไปพบแพทย์ก่อนกำหนดเลยละคร้าบ และเป็นหัวใจที่เราจะพูดขยายความกันฉบับนี้


ว่าแล้วสะพานโค้งรอบสอง ส่วนใหญ่ที่เลือกมาใช้กันในแบบ heavy duty มักจะเลือกชุดดิสก์ระบบน้ำมันมาใช้ครับ ตอนนี้ดิสก์เบรคที่มีอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลายยี่ห้อหลายแบบ แล้วแบบไหนดู๋ดี๋โดนใจเป็นที่สุดจะเอาอะไรเป็นหลักในการเลือกมาใช้งานดีล่ะ...ผมลองคัดที่ทั่วไปน่าจะใช้ในการตัดสินใจออกมาเป็นประเด็นหลักๆ ประมาณนี้


ความสามารถในการเบรค
เอาแบบว่ากำเป็นหยุด บางคนชอบ บ้างก็ไม่ชอบ แต่ถ้าเบรคหน้าลักษณะนี้มันชวนเสียวดีจริงๆ ครับ ส่วนในเบรคหลังถ้าเบรคเร็วแล้วล้อล็อคมันไม่ดีแน่ครับ จะพาท่านผู้อ่านไถลไปกะผิวดิน เบรคลักษณะนี้ต้องใช้ความสามารถและความคุ้นเคยในการควบคุมการขี่ด้วยความเร็วสูงแบบโปรว่างั้นเถอะ ต้องใช้ ABS มือ คือการกำเบรคแบบย้ำๆ กำปล่อยๆ แบบรัวๆ แต่อย่าเผลอกำลึกนะครับ ล็อคเป็นจังหวะเลยทีเดียว จะพาท่านสแครชไถลไถเถือกว่าแล้วก็มอบรางวัลหมูแดงให้ผู้ขี่ หรือถ้าแตะมากรถก็จะศูนย์เสียความเร็วที่ดิ่งลงมา เรียกได้ว่ามันเป็นอุปกรณ์ฆ่าความเร็วเลยครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่ไปช้าๆ เนือยๆ น่าจะชอบแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ที่เจอมาเบรคตระกูลนี้มักจะนิ่มมือ ทำให้ไม่ต้องออกแรงมาก พูดง่ายๆ เบรคตั้งแต่ต้นจนจบก็ยังสบายนิ้วครับ แต่ระวังเรื่องไถลและเบรคหน้า เบรคที่ให้ความรู้สึกแบบนี้ที่ผมเจอมาจะมี Formula The One, Shimano Saint


ความรู้สึกที่ได้จากมือเบรค
นิ่มนวลชวนฝัน หาเคยขับรถ XC มาก่อนก็มักจะเลือกแบบเน้นนุ่มๆ มือไว้ก่อนเลย เบรคแบบนี้ตามความรู้สึกส่วนตัวผมมันให้จังหวะการกำเบรคแบบ 1:2 คือเหมือนกำแค่หนึ่งแต่เบิ้ลแรงเบรคให้อีกเท่า บางตัวดีมากจัดอุปกรณ์เทพใส่เต็มแมกซ์พี่เขาจัดให้ 1:4 เลยก็มี ผมลองเอาไปขับบนเนินดิน มันให้จังหวะการเบรคที่น่ากลัวสุดๆ เลยครับ...แทบจะบิน ส่วนใหญ่ก็ Formula, Shimano, Magura นั่นแหละครับ


น้ำหนักเบรคตามแรงบีบ พวกนี้แรงเบรคอัตราทดแทบจะ 1:1 อย่างเช่นพวก Hope หรือ Hayes อันนี้ส่วนตัวจากที่ถามๆ กัน พวกที่ชอบลงมาเร็วๆ มักจะชอบเพราะว่าคุมน้ำหนักมือเพื่อเลียเบรคได้ง่ายกว่า ไม่ต้องคุ้นเคย ที่สำคัญเวลาเส้นยาแดงผ่าแปดเผลอกำก็ยังรอดอยู่ครับ แต่แบบนี้ถ้าพลังนิ้วไม่แข็งแล้วเบรคตลอดทางลงมาจะปวดนิ้วมาก รอบหลังๆ อาจจะต้องเพิ่มจาก 1 นิ้วเป็น 2-3 นิ้วเลย เบรคตระกูลน้ำหนักบีบ 1:1 ที่เด่นมากๆ ก็ Hope รองมาก็ Avid, Hayes



ความคุ้มค่าและงบประมาณ
บางท่านงบลับน้อย โดนศรีภรรยายึดไปซื้อเครื่องสำอางค์หมด ก็มักจะไปลงกันที่เบรคอะไรก็ได้ที่แม็ทช์กับงบประมาณไว้ก่อนครับ ส่วนใหญ่ก็จะ Shimano, Hayes, Avid รุ่นที่ราคาไม่แพง เป็นการเลือกที่ไม่ผิดครับมีเท่าไหนก็ใช้เท่านั้นเป็นการใช้เงินที่ถูกต้องแล้วครับผม พอมีเงินก็สามารถโมเพิ่มหรือขยับขยายได้ครับของแบบนี้ แต่ที่อยากเน้นเป็นเรื่องหาความข้อมูลเกี่ยวกับเบรคตัวนั้นๆ เช่น ถ้าเบรค Mineral Oil (น้ำมันพืช) ถ้ารุ่นคาลิเปอร์เล็กๆ มักจะพบอาการเฟดที่จังหวะลากเบรคมายาวๆ จนน้ำมันเดือด อยู่ดีๆ แรงเบรคก็จะวืดหายไปเลย หรือถ้าน้ำมัน Dot จะมีบางยี่ห้อที่ลดสเป็กเพื่อรีดราคาให้ถูกลง ทำให้พวกลูกยางคุณภาพห่วยไปด้วย พอลากยาวๆ จนน้ำมันเดือด ลูกยางห่วยๆ ก็บวม ผ่านไปเรื่อยๆ จนบานสะพรั่งได้ที่ ทำให้ปั้มบนตายในที่สุด เหล่านี้คือปัญหาของเบรคระดับนี้

3 หัวข้อนี้คือหัวใจหลักที่ผู้ขี่บ้านเราใช้ตัดสินใจเลือกซื้อหาของมาใช้ แต่จากประสบการณ์ผมอยากจะเพิ่มหัวข้อเหล่านี้ในการเลือกซื้อด้วย
1. ความทนทาน: สีลอก, เบรคตาย, จอดทิ้งไว้อะไหล่หักเฉย เหล่านี้เจอกับตัวไม่สนุกแน่ครับ
2. มีอะไหล่: บางรุ่นซื้อมาอย่างถูก แต่หาผ้าเบรคไม่ได้ หรือลูกยางปั้มบนบวมหาไม่ได้ ต้องทิ้งทั้งชุด จิตตกครับ

หลังจากได้หลักการในการเลือกแล้ว พอปั่นจนได้ที่ เมื่อจิตใจแสวงหาความเร็วมากขึ้น เรื่องอุปกรณ์เบรคก็เริ่มมาทำให้นักซิ่งวุ่นวายได้อีก เพราะของเก่าถ้าไม่พัง ก็ไม่พอ ทีนี้จะต้องอัพเกรดหรือถอยรุ่นใหม่ ลองมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ในชุดเบรค เพื่อเอาไปพิจารณาประกอบการซื้อกันครับ


มือเบรค/ปั้มบน
มีหน้าที่ปั้มแรงดันน้ำมันไปสั่งให้ลูกสูบในคาลิเปอร์เบรคทำงาน หลักก็จะมีอยู่ 2 แบบ คือปั้มยันแรงดันเข้าหาทิศเดียวกับสาย กับ ปั้มยันเข้าหาแฮนด์ลักษณะบีบเข้า ส่วนตัวไม่แน่ใจครับว่าจะให้ความรู้สึกต่างแค่ไหน เพราะไม่เคยเอามือทั้ง 2 แบบมาใช้บนคาลิเปอร์ตัวเดียวกัน เพียงแต่รู้สึกว่าแบบแรกน่าจะเกะกะกว่า อีกเรื่องที่ผมคิดว่ามือปั้มบนจักรยานไม่ค่อยต่างกันก็คือ ขนาดของชุดปั้มสร้างแรงดัน ดูจากภายนอกไม่น่าจะเป็นตัวตัดสินได้ว่าอันไหนจะพลังเบรคมากกว่ากันเลย ผิดกับของมอเตอร์ไซค์ ที่มีเบอร์ให้เลือกว่าจะเอาชุดแรงดันมากหรือน้อย ทำให้พอเปลี่ยนก็รู้สึกว่าเบรคดีขึ้นมาทันตาเห็น สิ่งที่คิดว่าจะเป็นจุดชี้วัดว่าตัวไหนดีไม่ดีน่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ ดีไซน์ และการปรับตั้ง ตัวที่ปรับตั้งได้มากกว่าได้เปรียบกว่าเห็นๆ ครับ บางตัวตั้งระยะห่างมือและแรงดันน้ำมันได้ อันนี้อร่อยแน่นอนครับเพราะใช้งานสะดวก บอดี้มีทั้งแบบทนไอน้ำมันและไม่ทน เช่น Hayes และ Avid ไม่ค่อยจะทนไอน้ำมันเลย กลากขึ้นเต็ม ส่วนตระกูลน้ำมันพืชไม่ต้องครับสบายใจได้ไม่มีกลากแน่นอน พวกลูกยางและอะไหล่ในมือปั้มก็สำคัญนะครับ ถามให้ดีว่ามีขายไหม หากไม่มีของพังมาก็ต้องทิ้งจริงๆ นะ แปลงใส่ก็ไม่รอด อุปกรณ์ชิ้นนี้ถ้าอุปกรณ์ที่มีในท้องตลาดไม่สามารถโมดิฟายให้สมรรรถภาพดีขึ้นได้ง่ายๆ ครับ ถ้าจะทำนี่หนังชีวิตโอชินเลย แต่ถ้าโมให้สวยงามอะมีจ๊า

มือแบบปั้มยันแรงดันเข้าหาทิศเดียวกับสาย
มือแบบปั้มยันแรงดันเข้ากระบอก และให้มีแรงดันออกไปทางสาย



สายเบรค
หลังจากปั้มถูกบีบแรงดันน้ำมันก็จะถูกส่งต่อมาที่สายเบรค สายเบรคที่ผมเจอก็มักจะยึดผ่านระบบตาไก่ทองเหลือง หลักๆ มีสองแบบคือ สายธรรมดา และสายถัก สายถักนั้นถ่ายทอดแรงดันได้ดีกว่าสายธรรมดา แต่ก็แลกมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าและแพงกว่าหลายเท่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ถ้าสายเดิมให้ตัวมากๆ พอเปลี่ยนจะให้ความรู้สึกเบรคดีขึ้นชัดเจน ส่วนตัวไม่เคยผ่าของยี่ห้ออื่นมาดู เคยผ่าแต่ของ Hope แต่ก็คิดว่าน่าจะเหมือนกัน

สายธรรมดาตัวท่อน้ำมันจะเป็นพลาสติกทนน้ำมันเบรคแล้วก็หุ้มด้วยไนลอนถัก ส่วนสายถักจะเป็นท่อทนน้ำมันเบรคหุ่มด้วยสแตนเลสถัก ตาไก่ที่ใช้กับสายปรกติและสายถักนั้นมีขนาดที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นจะซื้อมาใส่ต้องศึกษาให้ดีๆ ครับว่าเขามีอุปกรณ์อะไรให้บ้าง ใส่ด้วยกันได้หรือเปล่า ตัวสายถักถ้ามีเครื่องมือดีๆ ตัดได้คมๆ จะทำให้ทำงานได้ง่ายมาก แต่ถ้าไม่...นรกมีจริงครับ ทิ่มมือแล้วปวดมาก



คาลิเปอร์/ปั้มล่าง
มีหน้าที่ปล่อยลูกสูบให้ดันผ้าเบรคไปจับใบจาน ในอุปกรณ์เบรคจักรยานตัวนี้เป็นตัวตัดสินว่าจะเบรคดีหรือไม่ดีกันเลยทีเดียวครับ จะนับตามจำนวนลูกสูบ คือ 2 ลูก (2 Pot), 4 ลูก(4 Pot), 6 ลูก(6 Pot) ที่พบเห็นมาจะมีจำนวนลูกสูบตั้งแต่ 2 ลูกสูบขึ้นไป ทีนี้แบบไหนจะดีกว่า? โดยส่วนตัวลูกเยอะก็ใช่ว่าจะดีเพราะลูกสูบมันแย่งกันออก แรงดำน้ำมันไม่ได้มหาศาลแบบในรถยนต์แรง ความฝืดของเสื้อสูบมันต้านไว้จนทำให้ใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพที่มี ผมลองเล่นโดนการเอาลมอัดไล่น้ำมันในคาลิเปอร์ Hope 4 Pot ที่ 25 Psi ผลที่ออกมา ลูกสูบอันที่ลื่นที่สุดกระเด็นออกมาลูกเดียวก่อนโดยที่อันอื่นยังไม่กระดิก แสดงว่าพลังในการกดผ้าเบรคไม่น่าจะเท่ากันในแต่ละจุด ส่งผลให้สึกข้างเดียวหรือสึกอยู่จุดใดจุดหนึ่งมากกว่า โดยส่วนตัวคิดว่าข้อดีของ pot เยอะก็คือได้ผ้าเบรคหน้าใหญ่ขึ้น แน่นอน 6 Pot นั้นผ้าใหญ่ที่สุด แต่ถ้าจานไม่ใหญ่ หน้าสัมผัสไม่กว้าง ไม่ดูแลให้น้ำมัน flow ผมว่ามันอาจจะแสดงประสิทธิภาพของมันได้เต็มแข้ง คาลิเปอร์นั้นแต่งเพื่อความสวยงามได้ แต่ถ้าจะทำเพื่อเพิ่ม performance คงไม่ใช่ครับ ต้องเปลี่ยนอย่างเดียวและไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆ ถ้าชอบลุยๆ จากที่ผมลองๆ มา 2 ลูกใหญ่ดูแลและใช้ง่ายเป็นที่สุดครับ


ผ้าเบรค
จริงๆ สำหรับผมตัวนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดและโมดิฟายได้โดยใช้งบน้อยที่สุดในระบบเบรคครับ บางชุดเปลี่ยนแล้วเห็นผลทันตา เพราะมีบางยี่ห้อหน้าตาดี 4 Pot ระบบดูแล้วทรงพลังมากมาย ถูกด้วย พอใช้งานจริงตกม้าตายตรงผ้าเบรค อะไรมันจะให้ความรู้สึกด้านได้ขนาดน้านน แถมเฟดจังหวะลากยาวอีก เคยพาผมวืดไปนอนหาหน่อไม้ในดงไผ่มาแล้ว ผ้าเบรคที่เคยจับๆ มามี 3 เนื้อหลักๆ คือ

1. ใยหิน Organic เนื้อจะสีออกน้ำตาลดำ ขูดแล้วเป็นผงดำๆ บางยี่ห้อก็ผสมทองแดง เบรคจับเร็วไม่ต้องรอร้อนแต่ถ้าเลียจนความร้อนสะสมสูงมากๆ มีเฟดไปเฉยๆ กลายเป็นเบรคด้านไม่จับใบดิสก์เลยครับ และผ้าเบรคแบบนี้กลัวน้ำและขี้โคลน ถ้าเข้าไปดิ่งในดงแฉะๆ ออกมาผ้าหมดก็เจอกันมาแล้วในนักแข่งระดับหัวแถวของประเทศ เป็นผ้าเบรคที่ราคาถูกที่สุด ไม่กินใบให้ความรู้สึกนุ่มนวลยามจับใบดิสก์

2. เนื้อเหล็ก Sintered พลิกมาดูนี่ชัดเจนครับเป็นสีเหล็กเลย เอาเล็บขูดๆ มีแต่เล็บจะสึกครับ ผ้าแบบนี้บางยี่ห้อต้องอุ่นผ้าหน่อยจึงจะเริ่มจับ แต่ปัจจุบันใส่ปุ๊บใช้ได้เลย ซึ่งน่าจะเกิดจากมีการผสมเนื้อโลหะอะไรบางอย่างลงไป ผ้าเบรคแบบนี้ไม่กลัวร้อนไม่กลัวน้ำครับ หายห่วงเรื่องอาการเฟด ไปกลัวเรื่องน้ำมันเดือดกับใบดิสก์ยืดแทนได้เลย มีแต่ว่าเจอโคลนเยอะๆ จะเบรคไม่ค่อยอยู่ซักหน่อยนั่นแหละครับ แต่ผ้าไม่หายเหลือแต่เหล็กแน่ ยกเว้นผ้าห่วยหลุดไปทั้งแผ่น ชุดเบรคตัวเทพๆ ก็ให้ผ้าเนื้อกึ่งเหล็กแบบนี้มาจากโรงงานเช่นกัน มันก็เลยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเบรคดีมากเลย เวลาจับใบจะรู้สึกด้านนิดๆ กินใบดิสก์ที่สุดในกลุ่ม ถ้ายิ่งเจอรุ่นแข็งๆ จะสุดยอดแทะเลยครับ ราคาสูงกว่าแบบใยหินระดับหนึ่ง

3. เนื้อคาร์บอน Carbon เนื้อจะดำๆ คล้ายใยหินครับ แต่กดๆ ดูว่าน่าจะแข็งกว่าแบบใยหิน เขาว่ากันว่ามันทนความร้อนสูง เบรคดี ไม่กลัวน้ำซักเท่าไร สัมผัสยังนิ่มนวลไม่แทะจานเหมือนเนื้อเหล็กด้วยความที่แพงมากเท่าซื้อแบบเนื้อเหล็กได้ 2 เท่า (ตัวยี่ห้อดังที่เป็น Carbon แท้ๆ) ทำให้ผู้เขียนไม่อยากลองครับ…จน




จานเบรค
อุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายและเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้เบรคจะทำงานเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ทำหน้าที่เป็นจุดให้คาลิเปอร์ดันให้ผ้าเบรคมาจับโดยที่ใบก็จะยึดกับดุมผ่านแบบ Center Lock และแบบน็อต 6 ตัว ถ้าขี่แบบ Extreme แนะนำแบบน็อต 6 ตัวครับ ผมเคยเห็นแบบ Center Lock คลอนมาแล้วหมดทางแก้ไข จานเบรคมี 4 ขนาดที่ใช้กันทั่วไป 5 นิ้ว, 6 นิ้ว, 7 นิ้ว และ 8 นิ้ว (จริงๆ 9 นิ้วก็มีเป็นของของ Formula แต่เหมือนแว่วๆ ว่าเลิกทำไปแล้วไปรู้เอากลับมาทำใหม่หรือยัง) ลักษณะจานมี 2 แบบคือ ชิ้นเดียวและแบบ 2 ชิ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวแบบชิ้น 2 จะได้ความสวยงามและน้ำหนักเบานอกนั้นไม่มีอะไรครับ เนื้อวัสดุที่ใช้ทำใบเป็นเหล็ก แต่ผมเชื่อว่ามีส่วนผสมหลายแบบ เพราะบางยี่ห้อห่วยได้โล่ แค่เลี้ยวใบก็ให้ตัวไปถูกับผ้าแล้ว แบบที่ดีมากๆ จะทนความร้อนได้นานแต่ก็มักจะหนักตามไปด้วย ถามว่าถ้าร้อนจะเกิดอะไรขึ้น? ใบมันจะยืดครับ ใบดิสก์ที่เสียหายมักจะมี 2 อาการคือ ใบยืดและใบคด ใบคดยังพอค่อยๆ ดัดได้ครับ ส่วนใหญ่จะคดเพราะการติดตั้งหรือไปดัดกันเองเพราะหน้าดุมไม่ได้องศา ที่นี้ดัดไปดัดมาใจร้อนแล้วมักจะเละ การดัดใบเป็นเรื่องที่ต้องใจเย็นมากครับ ค่อยๆ ทำ ดัดเบาๆ ค่อยๆ แก้ทีละนิดๆ มันก็จะใช้ได้ แต่ใบยืดมันแก้ไม่ได้ครับ ยังไงมันก็ยังคงยืดทำอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม ยืดน้อยคงไม่เท่าไรแต่ยืดเยอะๆก็ทนรำคาญใบดิสก์ถูไปละกันครับ หมดสิทธิ์จริงๆ ที่คนส่วนใหญ่บอกว่าใบดิสก์เบี้ยว ส่วนใหญ่จะไม่ใช่หรอกครับ มันยืดมากกว่า ยิ่งเจอกับพวกคาลิเปอร์พลังสูงๆ ผ้าเบรคดีๆ ดิ่งลงมาลากเบรคตลอดทางใบดิสก์ดีๆ ก็จะแค่ใบไหม้เป็นสีดำถูๆ ก็หาย แต่ถ้าใบห่วยยืดเป็นลอนๆ เลยครับ ยังมีอีกแบบที่ส่งให้ใบยืดได้คือการเบรคล็อคกระทันหัน แรงๆ ทีเดียวใบลาโลกละครับผม

ถามว่าจะใช้ใบขนาดเท่าไรดีเราคงต้องมาดูการใช้งานและคาลิเปอร์ว่าเราจะไปบู๊ขนาดไหน ถ้าชุดเบรคเราพลังมากจะใบเจ็ดนิ้วก็ไม่ผิดอะไร แต่โอกาสยืดก็สูงกว่า 8 นิ้ว เพราะระบายความร้อนช้ากว่า ยังมีพวกไม่ชอบใช้เบรค ก๊กนี้ก็จะใช้ข้างหลังเพียงแค่ 6 นิ้วกันครับ ด้วยเหตุว่าเขาจะไม่ชอบให้ล้อตายเพราะจะสูญเสียความเร็วที่สะสมมา ก็เลยไม่เบรคกันซักเท่าไร ถ้าแย่จริงๆ ก็จะเลียเบรคหน้าที่ประกบมาเต็มเหนี่ยวกับใบ 8 นิ้วในการชะลอรถ แต่มือใหม่มีดีได้เท่าไรก็ใส่ไปเถอะครับมันช่วยท่านได้จริงๆ

มีอีกเรื่องที่อยากแนะนำครับ ถ้าอยากได้เบรคที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ต้องดูขนาดคาลิเปอร์กับหน้าสัมผัสดิสก์ด้วย คาลิเปอร์เท่าเหรียญ 10 บาท แต่หน้าสัมผัสแค่เหรียญ 25 สตางค์ เสียดายแทนครับ หาที่ขนาดแม็ทๆ กันได้ก็จะได้ performance สูงสุดของเขาครับ


อแดปเตอร์ดิสก์
เป็นอุปกรณ์ที่พากันตกม้าตายมากที่สุด จะใช้รถหรือต้องรอไปก่อนก็ชิ้นนี้ละครับ เพราะแถมอแดปเตอร์มาอย่างจะใช้อีกอย่าง ปวดหัว อแดปเตอร์ดิสก์ทำหน้าที่เป็นตัวยกคาลิเปอร์ให้สูงขึ้นเพื่อที่จะได้ใช้ใบดิสก์ได้ตามขนาดที่เราต้องการ ดิสก์ส่วนใหญ่ปัจจุบันจะมาเป็นรู Post Mount ก็หาอแดปเตอร์ยกคาลิเปอร์ให้ตรงกับขนาดใบและหูโช้คที่ใช้ เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องหาความรู้และแหล่งซื้อครับ เพราะอย่าง Fox 40, Dorado, Boxer ปีเก่าจะใช้อแดปเตอร์ไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา ต้องเปิดคู่มือหรือถามคนที่ใช้ดู ส่วนใหญ่ผมจะซื้อตรงรุ่นเพื่อลดปัญหาที่ต้องใช้น็อตยาวและรองแหวนหนาติดหมุด หรืออย่าง Dorado นี่ถ้าไม่ใช่ของเขาถึงขั้นใช้ไม่ได้เลยครับ


สรุปว่าจะลงเอยที่ได้ห้อมันส์หรือได้หาหมอก็คือต้องเน้นเรื่องเบรคเป็นสำคัญ ถ้าถามโปรเทพๆ ระดับนั้นเขาใช้เบรคอะไรก็ได้ครับ แต่ถ้ามีโอกาสเม้มตังมาได้ก็เห็นขยับขยายกันทุกคน อิอิอิ ขอให้มีความสุขในการบู๊ครับ



<< back